เพื่อการแสดงผลที่เต็มประสิทธิภาพ ควรใช้ Internet Explorer 9.0 ขึ้นไป หรือ Chrome หรือ FireFox ดาวน์โหลด (FireFox หรือ Chrome)
ความเป็นมา

เว็บไซต์ยากำพร้าและยาขาดแคลนอย่างบูรณาการนี้ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และองค์การเภสัชกรรม ได้ร่วมกันจัดทำขึ้นเพื่อเป็นสื่อกลางกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ในการรับแจ้งและรายงานผลการแก้ปัญหายากำพร้าและยาจำเป็นที่ขาดแคลน อันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้ยาให้สามารถเข้าถึงยาได้มากขึ้น

ประวัติความเป็นมา

 

การขาดแคลนยาจำเป็นเป็นปัญหาที่มีมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ในปี พ.ศ. 2537 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในการแก้ปัญหา และได้นิยามยาจำเป็นที่มีปัญหาการขาดแคลนว่า “ยากำพร้า” มีการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อกำหนดรูปแบบและแนวทางการแก้ไขปัญหา ซึ่งต่อมามีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการยากำพร้าและออกประกาศรายชื่อยากำพร้า


ในปี พ.ศ. 2546 ได้มีการทบทวนนิยาม “ยากำพร้า”  ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้นกับหลักสากลและคุณลักษณะเฉพาะของปัญหาในประเทศไทย ซึ่งได้กำหนดนิยามยากำพร้าไว้คือ


“ยาที่มีความจำเป็นต้องใช้เพื่อวินิจฉัย บรรเทา บำบัด ป้องกัน หรือรักษาโรคที่พบได้น้อย หรือโรคที่เป็นอันตรายร้ายแรง หรือโรคที่ก่อให้เกิดความทุพพลภาพอย่างต่อเนื่อง หรือยาที่มีอัตราการใช้ต่ำ โดยไม่มียาอื่นมาใช้ทดแทนได้ และมีปัญหาการขาดแคลน”


เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างมีระบบ จึงได้มีการกำหนดมาตรการหลักในการแก้ปัญหา ได้แก่ การทบทวนบัญชีรายการยากำพร้าให้สะท้อนถึงปัญหาและวิทยาการในปัจจุบัน การปรับปรุงหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนตำรับยากำพร้า และการกำหนดช่องทางด่วนในการขึ้นทะเบียนตำรับยากำพร้าควบคู่ไปกับการประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนและองค์การเภสัชกรรมในการที่จะร่วมแรงร่วมใจกันแก้ไขปัญหา


ในปี พ.ศ. 2548 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้สำรวจสถานการณ์ยากำพร้าในประเทศไทย โดยส่งแบบสอบถามไปยังสถานพยาบาล คณะแพทยศาสตร์ ราชวิทยาลัย/สมาคม/ชมรมทางการแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคณะอนุกรรมการยากำพร้าได้นำรายการยาที่สำรวจได้ มาพิจารณาจัดทำบัญชีรายการยากำพร้า ตามนิยามและหลักเกณฑ์ที่กำหนด และได้ออกประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง บัญชีรายการยากำพร้า พ.ศ. 2549 ซึ่งต่อมาได้มีการทบทวนบัญชีรายการยากำพร้าเป็นระยะๆเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน


ในส่วนของการดำเนินการจัดหายา หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องได้ประสานความร่วมมือเพื่อให้มียาใช้ในประเทศ ดังนี้
1. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เช่น
    1) ขอความร่วมมือไปยังบริษัทยาที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ซึ่งตั้งอยู่ในไทยให้ผลิต/นำเข้ายากำพร้า  
    2) จัดระบบการขึ้นทะเบียนตำรับยากำพร้าในช่องทางด่วนพิเศษ
    3) ลดข้อกำหนดในการพิจารณายากำพร้าที่เป็นมาตรฐานการรักษาซึ่งมีประสบการณ์การใช้และขึ้นทะเบียนตำรับยาในต่างประเทศเป็นเวลานาน และเชื่อได้ว่ามีประสิทธิภาพและปลอดภัย ให้ยกเว้นไม่ต้องขึ้นทะเบียนแบบยาใหม่ โดยใช้เกณฑ์การพิจารณาแบบยาสามัญทั่วไปแทน ทำให้ยากำพร้ากลุ่มหนึ่งที่เคยประสบปัญหาไม่สามารถจัดหา preclinical study หรือ clinical study ได้ครบถ้วนสามารถขึ้นทะเบียนตำรับยาได้ สำหรับยาที่ไม่เข้าข่ายก็มีการจัดช่องทางพิเศษ ให้พิจารณายากำพร้าก่อนยาอื่นที่ขึ้นทะเบียนตำรับยาตามปกติ
2. องค์การเภสัชกรรม สภากาชาดไทย และโรงงานเภสัชกรรมทหาร ให้ความอนุเคราะห์ในการผลิต/นำเข้ายากำพร้า  
3. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสนับสนุนงบประมาณในการจัดซื้อยากำพร้าที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศและไม่สามารถจัดการแก้ปัญหาได้ด้วยวิธีการจัดการอื่น เพื่อใช้กับผู้ป่วยของทุกสิทธิหลักประกันสุขภาพของรัฐ โดยมีการวางแผนการจัดหา สำรองและกระจายยา ร่วมกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา องค์การเภสัชกรรม ศูนย์พิษวิทยา สถานเสาวภาสภากาชาดไทย โรงงานเภสัชกรรมทหาร กรมควบคุมโรค เป็นต้น

    

นอกเหนือจากยาในบัญชียากำพร้าแล้ว ยังมียาจำเป็นอื่นๆที่ประสบปัญหาการขาดแคลนยาเช่นกัน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา องค์การเภสัชกรรม สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นต้น ได้ประสานความร่วมมือในการแก้ปัญหาร่วมกันมาโดยตลอด
    



 


ติดต่อ IT Helpdesk : 02-141-4200
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ | สถานเสาวภา สภากาชาดไทย | องค์การเภสัชกรรม | ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี | ศูนย์พิษวิทยาศิริราช
สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค | สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค | สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
บัญชียาหลักแห่งชาติ | สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ลิขสิทธิ์ถูกต้อง 2013 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ version 1.0.0
ออกจากระบบ
ผู้ใช้ ยืนยันการออกจากระบบ